NOKIA 6630

Nokia 6630 Imaging Smartphone Focus & Review

Nokia 6630 มือถือ Smartphone ที่ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด Symbian OS เวอร์ชัน 8.0 ซึ่งอยู่ในกลุ่มของมือถือ Nokia Series 60 ดูไปแล้ว ถือว่าเป็นรุ่นน้องที่พัฒนาต่อจาก Nokia 6600 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รูปร่างหน้าตาที่ดูดีขึ้น รวมถึงชิ้นงานกับวัสดุประกอบที่เก็บรายละเอียดได้ดีและมั่นคงแข็งแรงขึ้น ซึ่งแต่เดิม Nokia 6600 มีฉายาที่นิยมเรียกกันในหมู่ผู้ใช้ว่า “อ้วนดำ” ส่วนรุ่นน้องอย่าง Nokia 6630 นี้ ขอตั้งชื่อฉายาว่า “อ้วนลงพุง” น่าจะเหมาะสมที่สุด เนื่องจากรูปร่างที่มีส่วนตัวเครื่องด้านล่างกว้างและใหญ่กว่าด้านบน แต่ดูแล้วก็เป็นดีไซน์ที่หรูหราและสวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว

ประสิทธิภาพและคุณสมบัติของ Nokia 6630 นั้นนับว่าโดดเด่นขึ้นกว่ามือถือ Symbian ของ Nokia รุ่นก่อนๆ มากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิตอลที่ถ่ายภาพได้คมชัดสวยงามมากขึ้น ระบบปฏิบัติการที่ใหม่และทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญอีกอย่างคือการรองรับการใช้งานภาษาไทยอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงคุณสมบัติและฟังก์ชันการใช้งานอื่นๆ ที่มากมาย แต่สิ่งเหล่านี้ก็มาพร้อมกับราคาเปิดตัวที่แพงเอาการ (ประมาณ 23,300 บาท) ซึ่งผู้ที่กำลังสนใจรุ่นนี้อยู่คงจะต้องศึกษาข้อมูลของ Nokia 6630 รุ่นนี้ให้ดีเสียก่อน เพราะฉะนั้นเราขอเชิญทุกท่านติดตามดูการทดสอบ Review ของเรา เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจต่อไป

เริ่มเปิดกล่อง

กล่องที่ใส่อุปกรณ์ มีขนาดกระทัดรัด ไม่ได้ใหญ่อย่างที่คิดเอาไว้ในตอนแรก ดีไซน์กล่องถือว่าสวยเนียนตา สีสันลวดลายดูเรียบหรู และช่องใส่อุปกรณ์ภายในกล่องสามารถออกแบบตำแหน่งที่วางมาได้อย่างลงตัวดีเลยทีเดียว

 เมื่อแกะเปิดกล่องออกมา ภายในกล่องก็จะประกอบไปด้วย ตัวเครื่อง, สาย Data Link (DKU-2), ที่ชาร์ทแบตเตอรี่ (ACP-12U), หูฟังแบบ Stereo (HS-3), แบตเตอรี่ Li-Ion 900 mAh (BL-5C), การ์ดหน่วยความจำแบบ RS-MMC Card (Dual Voltage 1.8/3V), แผ่น CD โปรแกรม PC-Suite, แผ่น CD โปรแกรม Professional Dictionary, คู่มือการใช้งานภาษาไทย และ เอกสารแนะนำการใช้งานที่น่าสนใจอื่นๆ


แบตเตอรี่ที่ให้มา เป็นแบบ Li-Ion ความจุ 900 mAh (BL-5C) ซึ่งจากการใช้งานค่อนข้างหนักอยู่ตลอดทั้งวัน ปรากฏว่าแบตเตอรี่สามารถอยู่ได้นานประมาณ 1 วันครึ่ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นระยะเวลาที่พอใช้ได้กับการใช้งานแบบหนักๆ แต่ถ้าใช้งานค่อนข้างน้อย เน้น Stand-By เป็นส่วนมาก ก็จะอยู่ได้ประมาณ 3 วันสบายๆ


การ์ดหน่วยความจำที่สามารถนำมาใช้ได้กับ Nokia 6630 นั้น จะต้องเป็นการ์ด RS-MMC แบบ Dual Voltage (1.8/3V) เท่านั้น ซึ่งเป็นการ์ดหน่วยความจำที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ เพื่อช่วยในการประหยัดพลังงานเป็นสำคัญ แต่ทว่าในขณะนี้ในท้องตลาดยังไม่มีการ์ดหน่วยความจำชนิดนี้วางขาย เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ ผู้ใช้คงจะต้องใช้เท่ากับจำนวนที่แถมมาให้ในชุดขาย คือขนาด 64 MB ไปพลางๆ ก่อน ซึ่งต้นปีหน้า คาดว่าจะเริ่มมีหน่วยความจำประเภทนี้ออกวางจำหน่ายกันแล้ว

เมื่อแรกเห็นตัวเครื่อง

เมื่อได้เห็นและสัมผัสกับ Nokia 6630 ครั้งแรก ก็ต้องบอกว่าทำได้ดีกว่ามือถือ Symbian ของ Nokia รุ่นก่อนๆ พอสมควร โดยเฉพาะเรื่องวัสดุและการประกอบในส่วนต่างๆ ที่ดูแข็งแรงมั่นคงขึ้น ส่วนรูปร่างก็ไม่ได้ใหญ่อย่างที่คิดไว้ตั้งแต่แรก โดยรวมมีขนาดที่กำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป รูปร่างหน้าตาก็ดูภูมิฐานหรูหรา ส่วนโค้งด้านล่างที่ดูเหมือนจะทำให้อ้วน กลับกลายเป็นทำให้รูปร่างดูมีเอกลักษณ์มากขึ้น ไม่ตรงแข็งทื่อจนเกินไป ดูแล้วก็พลอยให้นึกถึง Nokia 3650 กับ 3660 และถ้าเทียบกับรุ่นพี่คือ Nokia 6600 ก็จะเห็นการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว นอกเหนือจากฉายา “อ้วนดำ” ของ Nokia 6600 ที่กลายเป็น “อ้วนลงพุง” ของ Nokia 6630


ด้านหน้าของตัวเครื่อง กับความสูง 110 มิลลิเมตร และความกว้าง 60 มิลลิเมตร ทำให้ดูแล้วตัวเครื่องจะมีลักษณะที่กว้างและใหญ่ แต่ก็คงจะเล็กไปกว่านี้ไม่ได้ เนื่องจากขนาดหน้าจอที่ต้องการความใหญ่นั่นเอง ส่วนแป้นกดด้านล่างที่โค้งออกมาเป็นวงกลมช่วยทำให้เครื่องดูไม่เรียบตรงเป็นแท่งจนเกินไปนัก ซึ่งแนวการออกแบบนี้ดูจะออกไปคล้ายๆ กับ Nokia 3650 หรือ 3660 ก็ว่าได้


เมื่อพลิกมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ก็จะไม่พบอะไรนอกจากเลนส์กล้องขนาดใหญ่ ความละเอียดสูง 1.3 ล้าน Pixels ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของ Nokia 6630 ที่สำคัญอีกจุดหนึ่งเลยทีเดียว


เมื่อพลิกมาดูที่ด้านขวาของตัวเครื่อง จะพบกับปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ซึ่งในขณะที่เปิดเครื่องใช้งานอยู่ การกดปุ่มนี้จะเป็นทางลัดเข้าสู่การกำหนดรูปแบบการใช้งาน (Profiles), ล็อคปุ่มกด รวมถึง ล็อคเครื่อง ได้อย่างรวดเร็ว และส่วนถัดมาที่เห็นก็จะเป็นช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำ Dual Voltage RS-MMC Card


เมื่อพลิกมาดูที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง จะพบกับปุ่มที่มีสัญลักษณ์เหมือนคนพูดอยู่ ซึ่งปุ่มมีจะใช้สำหรับการใช้ Handsfree ขณะสนทนา หรืออีกกรณีคือใช้สำหรับฟังก์ชันการสั่งงานด้วยเสียงในรูปแบบต่างๆ และส่วนถัดมาที่เห็นก็จะเป็นรูสำหรับต่อกับสายชาร์จแบตเตอรี่


เมื่อพลิกมาดูที่ด้านบนของตัวเครื่อง ก็จะเห็นช่องลำโพงขนาดใหญ่สำหรับฟังเพลง หรือเสียงเรียกเข้าจากตัวเครื่อง ซึ่งจากการทดลองฟังดูกับเพลงหลายแนว ก็ถือว่าให้เสียงที่มีคุณภาพดีเลยทีเดียว แม้ว่าจะด้อยกว่าการฟังจากชุดหูฟัง Stereo ที่แถมมาให้ก็ตาม ส่วนจุดเล็กๆ ด้านบนขวา จะเป็นเซนเซอร์รับแสง สำหรับการปรับความสว่างของหน้าจอ และไฟ Backlight ของแผงปุ่มกดได้แบบอัตโนมัติ ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง


เมื่อพลิกมาดูที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ก็จะเห็นช่อง Pop-Port ซึ่งเอาไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น หูฟัง, สาย Data Link, แฟลชกล้องถ่ายรูป และอื่นๆ

เริ่มใส่ SIM Card และแบตเตอรี่

การถอดฝาหลังของ Nokia 6630 นั้น คงต้องระวังกันให้มาก เพราะหากถอดไม่ถูกวิธีแล้ว ก็มีโอกาสที่จะเกิดความเสียหายได้ง่ายกับส่วนบนของฝาหลัง ที่ดูแล้วค่อนข้างจะบอบบางมากเลยทีเดียว แต่หากรู้วิธีที่ถูกต้องแล้ว ก็จะเป็นเรื่องง่ายไปในทันที เพราะจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด


ขั้นแรกให้ใช้นิ้วโป้งจิกลงไปบริเวณด้านล่างของปุ่มล็อก ต้องออกแรงมากสักหน่อยแต่ก็ไม่มากจนเกินไป แล้วกดค้างไว้ จากนั้นให้ใช้นิ้วโป้งอีกข้างดันฝาเลื่อนไปทางด้านขวาอย่างช้าๆ (ตามรูป) หากกดปุ่มล็อกได้ถูกต้อง การดันนี้ก็จะใช้แรงน้อยและง่ายมาก

เมื่อเลื่อนฝาหลังไปจนสุดทางแล้ว ก็ให้ใช้นิ้วโป้งงัดขึ้นเบาๆ บริเวณข้างใดข้างหนึ่งของส่วนโค้ง ด้านซ้ายหรือขวาก็ได้ ตามแต่ถนัด ขั้นตอนนี้ก็ใช้แรงไม่มากเช่นกัน ให้งัดขึ้นมาอย่างช้าๆ ฝาหลังก็จะเปิดออกมาได้แล้ว


เมื่อถอดฝาหลังเรียบร้อยแล้ว ที่ภายในด้านหลังของตัวเครื่องก็จะประกอบด้วย สติ๊กเกอร์รับประกันของศูนย์บริการ สติ๊กเกอร์แสดงข้อมูลของตัวเครื่อง ช่องใส่ SIM Card และช่องใส่แบตเตอรี่


การใส่ SIM Card สามารถทำได้ง่าย โดยให้ดันแผ่น SIM Card ตรงเข้าไปในช่องดังภาพอย่างช้าๆ และนุ่มนวล เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หากไม่ระมัดระวัง ให้ดันจนสุดและกดทั้งแผ่นลงไปเบาๆ ให้อยู่ในแนวระนาบ สุดท้ายก็ให้เลื่อนตัวล็อกให้เข้าที่ ก็เป็นอันเสร็จ


เมื่อใส่ SIM Card เรียบร้อยแล้ว ก็ตามด้วยการใส่ก้อนแบตเตอรี่ โดยการดันก้อนแบตเตอรี่เข้าไปทางด้านที่มีขั้วแบตเตอรี่ ออกแรงดันเล็กน้อย พอให้ก้อนแบตเตอรี่เข้าตรงช่องได้พอดี เป็นใช้ได้


หากสังเกตดูส่วนของฝาหลังที่ถอดออกมา ก็จะพบกับกรอบของ Adapter Ring ซึ่งจะมีขอบยางกันกระแทก และป้องกันฝุ่นละอองไม่ให้เข้าไปสัมผัสกับหน้าเลนส์กล้องมากจนเกินไป


การถอดส่วนของ Adapter Ring นี้สามารถทำได้เช่นกัน โดยให้สังเกตดูสลักที่ดูด้านในที่เกี่ยวกันอยู่ ให้ให้เล็บดันขึ้นมาเล็กน้อยพอให้พ้นจากขอบที่ขัดกันอยู่ แล้วดันให้สลักหมุนแยกออกจากกัน


ด้วยวิธีการง่ายๆ ข้างต้น ก็สามารถถอด Adapter Ring ออกมาได้แล้ว


สุดท้ายเมื่อใส่ SIM Card และแบตเตอรี่เรียบร้อยดีแล้ว ก็ให้นำฝาหลังมาปิดให้สนิท โดยใส่กลับเข้าไปทางเดิมอย่างเบาๆ ให้ลงล็อก เพื่อเตรียมพร้อมใช้งานจริงกันต่อไป

การใส่การ์ดหน่วยความจำ RS-MMC Card

การถอดหรือใส่การ์ดหน่วยความจำสำหรับ Nokia 6630 นั้นสามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดเครื่องก่อน ซึ่งถือว่าเป็นความสามารถอีกอย่างหนึ่งของโทรศัพท์รุ่นนี้ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้งาน


การใส่การ์ดหน่วยความจำ RS-MMC Card ขนาด 64 MB ที่แถมมาให้ในกล่อง ให้พลิกไปที่ด้านขวาของตัวเครื่องและใช้เล็บงัดแกนปิดช่องใส่หน่วยความจำให้เปิดออกมา ซึ่งควรจะทำอย่างระมัดระวัง เพราะดูแล้วค่อนข้างจะบอบบางอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

เมื่อเปิดแกนปิดช่องออกมาจนสุดแล้ว ก็ให้นำการ์ดหน่วยความจำใส่เข้าไป โดยพลิกเอาด้านที่มีขั้วไฟฟ้าเข้ามาหาตนเอง ดังรูป

ให้ดันการ์ดหน่วยความจำเข้าไปจนสุด จนได้ยินเสียงแก๊กเบาๆ จึงจะถือว่าการ์ดถูกใส่เข้าล็อกพอดีแล้ว ส่วนการถอดการ์ดหน่วยความจำออกมานั้น ก็ให้ดันเข้าไปในทิศทางเดียวกันจนได้ยินเสียงแก๊ก หลังจากนั้น แผ่นการ์ดหน่วยความจำก็จะถูกดันออกมาเองโดยอัตโนมัติ

ความเหมาะมือและน้ำหนัก

ด้วยน้ำหนักตัวประมาณ 127 กรัม ก็ถือว่าเหมาะสมแล้วกับรูปร่างของ Nokia 6630 ที่เห็น ลองถือและใช้งานดูก็ไม่ถือว่าหนักจนเกินไป แถมยังให้ความรู้สึกที่มั่นคงแข็งแรง แต่ก็ยังหนักกว่ารุ่นก่อนๆ อยู่เล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็น Nokia 6600 (125 กรัม), Nokia 7610 (118 กรัม) หรือ Nokia 6670 (120 กรัม) ซึ่งส่วนโค้งด้านล่างนั้น สามารถช่วยให้การจับมีความกระชับมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ พอสมควร เนื่องจากจะรับเข้ากับรูปร่างของฝ่ามือได้เป็นอย่างดี

ลองถือโดยพลิกด้านหลังออกมาบ้างก็ให้ความรู้สึกและมุมมองที่คล้ายกับถือกล้องดิจิตอลขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว

เริ่มเปิดเครื่อง


การเปิดเครื่องเพื่อเริ่มใช้งาน หรือปิดเครื่องนั้น ทำได้โดยการกดลงไปที่ปุ่มที่มีเครื่องหมายขีดคั่นกลางสีแดงที่อยู่ด้านข้างขวาของตัวเครื่อง ซึ่งดูไปแล้วการใช้นิ้วโป้งกดลงไปจะสะดวกและเหมาะสมที่สุด ให้กดค้างไว้ประมาณ 1 วินาที เครื่องก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมให้ใช้งานทันที (การปิดเครื่องก็ให้ทำวิธีแบบเดียวกันนี้)

หากเป็นการเปิดเครื่องครั้งแรก ก็จะมีหน้าจอแจ้งให้ตั้งค่าพื้นฐานต่างๆ ของเครื่องก่อน เช่นเวลา หรือวันที่ และเมื่อตั้งค่าเหล่านั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะเข้าสู่หน้าจอหลักของ Nokia 6630 ดังรูป

ความคมชัดและสวยงามของหน้าจอแสดงผล


สำหรับหน้าจอแบบ TFT LCD 65,536 สี (Bright Active Matrix) ความละเอียด 176 x 208 Pixels ของ Nokia 6630 นั้น สีสัน ความละเอียดคมชัด และความสว่างที่แสดงออกมานั้นถือว่าทำได้ดีกว่ารุ่นก่อนๆ พอสมควร เห็นครั้งแรกก็รู้สึกประทับใจในความสวยงาม ยิ่งพอได้ใช้งานไปเรื่อยๆ ก็จะพบว่าคุณภาพหน้าจอของ Nokia 6630 นั้นจะไม่ทำให้ผู้ใช้ต้องผิดหวัง ยิ่งเรื่องของความสว่างก็หายห่วง เพราะขณะที่ใช้งานอยู่นี้ ปรับตั้งค่าความสว่างแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น และถ้าหากปรับความสว่างสูงสุด ก็จะสว่างจ้ามากเลยทีเดียว

ปุ่มกด และการตอบสนอง

ปุ่มกดของ Nokia 6630 นี้ก็ถูกพัฒนาขึ้นมาจากรุ่นก่อนๆ ได้เป็นอย่างดี มีความนุ่มนวลมากขึ้นกว่าเดิมพอสมควร กดง่าย รู้สึกสบายมือ มีการตอบสนองที่ดี ที่จะรู้สึกตอบสนองช้าก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากปุ่มกดแต่อย่างใด เพราะจริงๆ แล้วจะเกิดจากการประมวลผลบางเมนูที่มีข้อมูลเยอะๆ เช่นเมนูข้อความ รูปภาพ วีดีโอ ธีม เพลง หรืออื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วสำหรับการประมวลผลข้อมูล

ไฟ Backlight ของแผงปุ่มกด (Keypad) รวมถึงหน้าจอแสดงผลของ Nokia 6630 นั้นมีความพิเศษกว่ารุ่นอื่นๆ คือ จะมีระบบปรับความสว่างโดยอัตโนมัติ ซึ่งทำงานร่วมกับเซนเซอร์วัดค่าระดับแสงของสภาวะแวดล้อมรอบข้าง ดังนั้นจึงช่วยให้ประหยัดพลังงานจากแบตเตอรี่มากขึ้น ส่วนความชัดเจนของหน้าจอและแผงปุ่มกดขณะที่อยู่ในที่มืดนั้น ก็ถือว่าชัดเจนปกติและมีความสวยงามดี และนอกจากนั้นบนปุ่มกดก็ยังมีตัวอักษรภาษาไทยแสดงอยู่ด้วย ทำให้สะดวกต่อการพิมพ์ข้อความที่เป็นภาษาไทย

 

 

ที่มา : www.thaimobilecenter.com

Advertisements
หมวดหมู่:โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ ป้ายกำกับ:
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: